ENSAN แชมป์ โป๊กเกอร์ WSOP 2019 กับเงินรางวัล $10,000,000

จบกันไปแล้วกับค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ของชายที่ชื่อ HOSSEIN ENSAN ผู้ชนะเลิศจากรายการ World Series of Poker 2019 ที่มีการจัดการแข่งขันทุกปี โดยได้รับการสนับสนุนจาก Caesars Entertainment Corporation บริษัทคาสิโนยักษ์ใหญ่จากประเทศสหรัฐอเมริกา 

World Series of Poker หรือ WSOP ถือเป็นรายการแข่งขันกีฬาไพ่ โป๊กเกอร์ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในสหรัฐอเมริกา มีการจัดการแข่งขันมาตั้งแต่ปี 2004 โดยในปีนี้มีผู้ร่วมเข้าการแข่งขันทั้งสิ้น 8,569 คน ENSAN คือ 1 ในสุดยอดจากผู้เข้าแข่งขันกว่า 8,500 คน ที่มีเงินรางวัลให้สำหรับผู้ชนะที่มากถึง 10,000,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกับสร้อยสัญลักษณ์แชมป์ WSOP 2019 

ด้วยวัย 55 ปี ของ ENSAN เขาจึงเป็นนัก โป๊กเกอร์ ที่มีอายุมากที่สุดของทัวร์นาเม้นนี้และได้รับรางวัลชนะเลิศพร้อมเงินรางวัล 10 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ พร้อมสร้อย WSOP ไปครองอย่างสมเกียรติ แม้ในวันแรกที่มีการแข่งขันจะเกิดแผ่นดินไหวก็ตามที แต่ด้วยเงินรางวัลที่มากมายมหาศาลนี้ไม่สามารถที่จะทำให้เหล่าบรรดานัก โป๊กเกอร์ หวั่นไหวได้ ต่างฝ่าฟันอุปสรรคจนไปถึงรอบสุดท้ายที่เหลือผู้เล่นเพียง 3 คนเท่านั้น ได้แก่ ENSAN จากเยอรมัน, Dario Sammartino จากอิตาลี และ Alex Livingston จากแคนาดา โดยทั้ง 3 คนผลัดนำ สลับกันตามและเป็นฝ่าย Livingston ที่เพลี่ยงพล้ำไปเสียก่อน ได้เพียงแค่อันดับ 3 คว้าเงินรางวัล 4 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐไปปลอบใจ 

ส่งผลให้บนโต๊ะเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง ENSAN กับ SAMMARTINO ซึ่งในที่สุด ENSAN สามารถที่จะคว้าโอกาสเอาไว้ได้กับไพ่คู่ K ในมือ ขณะที่ SAMMARTINO ต้องการลุ้นไพ่จากดีลเลอร์ให้เป็น 7 เพื่อต้องการสเตรทฟรัช แต่สุดท้ายโชคไม่เข้าข้าง SAMMARTINO ที่หงายไพ่ใบสุดท้ายออกมาเป็น Q ส่งผลให้ ENSAN คว้าเงินรางวัลและสร้อย WSOP 2019 ไปครองท่ามกลางเสียเชียร์ที่ดังลั่นสนามการแข่งขันในทัวร์นาเม้นนี้ 

ถือว่าเป็นคู่ชิงที่สมศักดิ์ศรีเป็นอย่างมากหลังจากที่ทั้งคู่สะสมชิพในการแข่งขันจนมาถึงรอบชิงชนะเลิศมากกว่าร้อยล้านชิพ แม้ SAMMARTINO จะได้ที่ 2 ก็ยังได้รับเงินรางวัลไปทั้งสิ้น 6 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ จากการเข้าแข่งขันกันทั้งสิ้นถึง 7 วันเลยทีเดียว 

ไพ่ โป๊กเกอร์ ไม่เพียงแต่อาศัยดวงเท่านั้นในการเล่น หากแต่ยังต้องอาศัยประสบการณ์ ความเก๋าและจิตวิทยาขั้นสูงในการที่จะอ่านและวิเคราะห์ไพ่ รวมถึงจิตวิทยาต่อผู้เล่นด้วยกันเองว่าจะสามารถล่อหลอกฝ่ายตรงข้ามอย่างไรให้กลัวหากถือแค่ไพ่คู่ต่ำ ๆ หรือ จะค่อย ๆ ไล่สเต็ปเงินให้ฝ่ายตรงข้ามติดกับดักคิดว่าไพ่เหนือกว่าและกล้าจะทุ่มเงินหมดหน้าตักแบบ ALL IN เพราะในเกมการแข่งขันแบบนี้เคยมีกรณีของ TOM DWAN ที่มีคู่ A ซึ่งถือว่าเป็นไพ่คู่ที่ใหญ่ที่สุดกลับหมอบให้กับ ELEZRA ที่ถือไพ่ในมือ 10, 8 เท่านั้น แต่ไพ่ 3 ใบแรกที่หงายเป็น J, 3, Q เท่านั้น จนกระทั่งดีลเลอร์หงายไพ่ใบที่ 4 ออกมาเป็น K จึงทำให้ TOM ที่มีคู่ A ในมือถึงกลับมอบลงไปและก็เป็นไปตามที่ TOM คาดการณ์ไว้ เพราะไพ่ใบที่ 5 หงายออกมาเป็น 9 ELAZRA จึงชนะไปด้วยไพ่ สเตรทฟรัช ทำให้ TOM ไม่ต้องเสียชิพเดิมพันที่มากนั่นเอง

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับความหมายของไพ่ และสัญลักษณ์บนไพ่

เล่นไพ่ออนไลน์

เกมไพ่ออนไลน์หรือเกมไพ่ทุกรูปแบบที่นักพนันส่วนใหญ่พากันเลือกเล่นและวางเดิมพันอย่างเป็นประจำ คุณรู้หรือไม่ว่าความหมายของเกมนี้และสัญลักษณ์ต่างๆ บนไพ่มีที่มาที่ไปอย่างไร และมีความหมายอย่างไรกันบ้าง หลายคนเลือกที่จะเล่นเกมไพ่ออนไลน์กันเพื่อค้นหาความสุขและความสนุกสนาน แต่ก็ไม่ทันได้ครุ่นคิดเลยว่า ไพ่ ที่พวกเขาได้หยิบจับอยู่นี้ จริงๆ แล้วมีความหมายว่าอะไร และมีที่มาที่ไปอย่างไร อีกทั้งสัญลักษณ์ต่างๆ บนตัวไพ่นั้น มีความหมายว่าอย่างไรบ้าง ในส่วนของความรู้ต่างๆ เหล่านี้ วันนี้เรามีมาเฉลยกัน

ในส่วนของสัญลักษณ์ต่างๆ บนไพ่ที่เราได้หยิบจับเวลาที่ได้มีการเล่นเกมไพ่นั้น ส่วนใหญ่สัญลักษณ์ที่ทุกคนมักจะรับรู้และรู้จักกันเป็นจำนวนมาก คงจะไม่พ้นไปจากสัญลักษณ์อย่าง ดอกจิก ข้ามหลามตัด โพแดง และ โพดำ ซึ่งสัญลักษณ์เหล่านี้ดูเหมือนว่าจะเป็นสัญลักษณ์หลักๆ ที่แสดงให้เห็นบนตัวไพ่ จริงๆ แล้วได้มีการดัดแปลงสัญลักษณ์ต่างๆ เหล่านี้มาจากรูปของกระบอง รูปเหรียญ รูปถ้วยชาม รูปดาบนั่นเอง ในส่วนของไพ่ j q k ทั้งหมดนี้ได้ถูกออกแบบมาจากตัวไพ่ของประเทศอิตาลี ซึ่งจะมีความหมายที่แตกต่างกันออกไปอีกเช่นเดียวกัน

  • ไพ่ jack แปลว่า ชายหนุ่ม
  • ไพ่ Queen แปลกว่า หญิงสาว
  • ไพ่ King แปลว่า ชายสูงวัย
  1. ส่วนสัญลักษณ์ดอกจิก แปลว่า ความรู้ , วัยผู้หญิง และ ฤดูใบไม้ร่วง
  2. สัญลักษณ์ข้ามหลามตัด แปลว่า เงินและทอง ทรัพย์สมบัติ วัยรุ่นกลุ่มหนุ่มสาว และ ฤดูร้อน
  3. สัญลักษณ์โพแดง แปลว่า ความรัก เด็ก และ ฤดูใบไม้ผลิ
  4. สัญลักษณ์โพดำ แปลว่า ความตาย วัยชรา และ ฤดูหนาว
  5. ส่วนดอกที่เป็นสีแดงนั้น จะหมายถึง ช่วงเวลากลางวัน
  6. ส่วนดอกที่เป็นสีดำ จะหมายถึง ช่วงเวลากลางคืน

และนอกจากนี้ ไพ่ ยังคงมีเรื่องที่น่าสนใจอีกมากมายให้น่าค้นหา ซึ่งในไพ่ 1 สำรับจะมีทั้งหมด 52 ใบด้วยกัน แต่ถ้าหากเราแบ่งแยกออกมาได้ ก็จะได้ไพ่ดอกสีแดงจำนวน 26 ใบ ส่วนไพ่ดอกสีดำจำนวน 26 ใบ และถ้าหากเราพิจารณาดีๆ เราจะค้นพบถึงความหมายอีกหนึ่งอย่างจากไพ่เหล่านี้ นั่นก็คือ โลกของเรานั้นมักจะประกอบไปด้วย 2 ด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ฝั่งตะวันตกที่ตรงข้ามกับฝั่งตะวันออก ช่วงเวลากลางวันที่ตรงข้ามกับช่วงเวลากลางคืน และ ความดีที่ตรงข้ามกับความชั่ว นั่นเอง

และเมื่อเราได้รวมไพ่ 1 สำรับไว้ด้วยกัน แต้มของไพ่ทุกใบจะรวมกันได้ 364 แต้ม ซึ่งจะไม่ได้นับรวม Joker แต่ถ้าหากเรานับรวมแล้ว เราจะต้องบวก 1 เข้าไปด้วยอีก 2 ใบ ซึ่งจะเท่ากับ 366 แต้มด้วยกัน ทำให้เกิดความหมายอีกอย่างก็คือ จำนวนวันบนโลกใบนี้